ทีลอเล ทีลอซู ดอยหัวหมด

8 – 10 พฤศจิกายน 2567

6,250.00฿

คงเหลือ 18 ที่นั่ง

รายละเอียด

ที่อำเภออุ้มผาง ใช่เพียงแต่จะมีน้ำตกทีลอซูที่ยิ่งใหญ่น่าเที่ยวเท่านั้น สำหรับนักนิยมธรรมชาติ การได้ล่องเรือยางระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ผจญคลื่นและแก่งกว่า 11 แห่ง และแรมคืนกลางไพร เพื่อไปชมน้ำตกลึกลับกลางแม่น้ำกลองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หรือที่ทุกคนขนานนามว่า น้ำตกทีลอเร

น้ำตกทีลอเรตั้งอยู่ในเขตผืนป่าตอนบนของลำน้ำแม่กลอง บริเวณรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุ้มผางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกหิน ลักษณะเป็นผาหินมีน้ำไหลอาบเป็นม่านทิ้งตัวสู่ลำน้ำแม่กลอง ในช่วงเช้าแดดสาดส่องเข้าหาตัวน้ำตกเกิดเป็น มิติที่น่ามอง อันเนื่องมาจากความร่มครึ้มของราวไพรที่แวดล้อม

การล่องแก่งน้ำตกทีลอเลนั้น ผ่านเข้าป่าเขียวขจี โตรกผาสูง ฝูงนกป่า ฝูงลิง และสัตว์ป่า มีให้เห็นตลอดทาง คือการล่องต้นแม่น้ำแม่กลอง ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาสูง โดยมีแก่งน้อยใหญ่ที่นับได้ราวๆ 11 แก่ง ตลอดระยะทางเกือบๆ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยสิ้นสุดที่แก่งอกแตก และปิดท้ายที่ น้ำตกทีลอเร

น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตัวน้ำตกมีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจาก ระดับน้ำทะเล 900 เมตร ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 50 0เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์
โดยปกติ ทีลอซู จะเปิดให้นักท่องเที่ยวให้เยี่ยมชมความงามในช่วงเดือนตุลาคม – พฤษภาคม ในทุกๆ ปี

อยากให้มาสัมผัสความมหัศจรรย์ด้วยตัวเองครับผม

แผนการเดินทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน 2567
20.00 น. ออกเดินทาง บิ๊กซีสะพานควาย มุ่งหน้าขึ้นเหนือ ปลายทางอุ้มผาง จังหวัดตากครับ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ( B – L – D )
ตื่นเช้าแหกขี้หูขี้ตา ล้างหน้าแปรงฟันที่ร้านอาหารในตัวเมืองอุ้มผาง พร้อมกับทานข้าวเช้าเติมพลัง ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ ไม่เกิน 09.00 น. นั่งรถเข้าไป จุดลงเรือแล้วก็เริ่มล่องแก่ง ระยะทางช่วงแรกๆ ยังดูสบายๆ หลอกล่อให้เรามีความสุข ก่อนจะเริ่มชั่วโมงล่องแก่งจริงๆจังๆ ผ่านเลกะติ แก่งเจ็ดหมื่น แก่งบันได น้ำตก แก่งหินหยด แก่งหักศอก และ คนมอง จบท้ายที่แก่งอกแตกครับ
ถึงแก่งอกแตกแล้ว เอาสัมภาระขึ้นฝั่งไว้ที่แคมป์เรา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังน้ำตกขั้นบันได ทีลอเรอีกไม่เกิน 10 นาที เพื่อปีนป่ายตามความซุกซน ยลโฉมน้ำตกที่น่ามหัศจรรย์จนหนำใจแล้ คราวนี้แหละความซวยบังเกิด เพราะเราต้องพายเรือยางทวนน้ำกลับมาที่พัก ถ้าพายไม่ไหวนี่มีแก่งสูงๆ รอรับอยู่ เชื่อว่าหมดแรงแน่นอน
ถึงแคมป์อย่างหมดแรงหยอดน้ำข้าวต้ม ก่อนจะแยกย้ายกันไปจัดการกับสัมภาระ อาบน้ำ ทำจิตใจให้แจ่มใส กลับมาล้อมวงรับประทานอาหารเย็นชิวๆ ก่อนจะเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม สวดมนต์อย่างตั้งใจนะครับ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2567 ( B-L )
ตื่นเช้ามาด้วยอาการปกติ เหมือนเมื่อวานไม่ได้เมาเละเทะเพราะสวดมนต์นอน เช้านี้มีภารกิจอย่างเดียวคือเก็บสัมภาระ ทานข้าวเช้า และโยนทุกอย่างให้ช้างแบกกลับ คว้าขวดน้ำ พร้อมรองเท้าผ้าใบ เดินกลับทางบก ระยะทางเหมือนกับนักวิ่งเทรล 16 กิโลเมตร เหนื่อย แบบ เหนื่อยชิบหาย เหนื่อยจนสงสัยว่ากูมาทำอะไรที่นี่ จนช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่เกิน 4 โมงเย็น ถึงหมู่บ้านปะละทะ นั่งรถ 4WD กลับมาที่อุ้มผาง อาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย หามื้อเย็นอิสระทานที่อุ้มผางได้เลยครับ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ( B-L )
เช้านี้ต้องไม่พลาด ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นดอยหัวหมดอีกรอบ หรือว่าใครไม่ตื่นก็ไม่เป็นไร สบายๆ ครับวันนี้ ลงมาทานข้าวเช้านิดหน่อย ก่อนเก็บกระเป๋า เตรียมตัวเดินทางกลับกทม ครับ
ก่อนกลับ กทม โดดขึ้นรถ 4WD เข้าไปชมความงามของทีลอซูก่อนกลับครับ แต่เราไม่ได้ล่องแก่งเข้าไปชมนะครับ เพราะคงเหนื่อยกันมากแล้ว นั่งรถ 4WD เข้าไปประมาณชั่วโมงเศษๆ พร้อมเดินเท้าเข้าไปไม่เกิน 15 นาที และใช้เวลาช่วงเช้าชมความงามของน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย ใกล้ๆ เที่ยงนั่งรถออกมาเปลี่ยนรถตู้ และเดินทางกลับกันครับ
ก่อนช่วงเย็นๆ หาทานมื้อค่ำที่ตัวเมืองแม่สอด และเดินทางกลับกรุงเทพมหานครตามลำดับครับ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2567
ถึงกทม. ก่อนเช้าประมาณตี 5 ครับผม

(B – Breakfast, L – Lunch, D – Dinner)

ค่าใช้จ่ายนี้รวม

ค่ารถตู้เดินทางจากกทม.
ค่ารถ 4 WD สำหรับเข้าทีลอเร และทีลอซู
ประกันการเดินทาง
ค่าล่องแพยางเข้าทีลอเร
ค่าบำรุงชุมชนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
อาหาร 7 มื้อ
ค่าที่พักโฮมสเตย์อุ้มผาง
ค่าช้างแบกสัมภาระส่วนตัวเข้าทีลอเรทั้งไปและกลับ

อุปกรณ์แคมป์ปิ้งสำหรับยืมใช้งานในกรณีที่ไม่มีส่วนตัว
ถุงนอนฟรี ไม่คิดค่าบริการ
เต็นท์ หลังละ 200 บาท ตลอดทริป ทุกขนาด ไม่รวมค่าแบกในกรณีจ้างลูกหาบ