หว่าวาโจ ดอยปุย เลอเปอเฮอ เลโจ๊ะ 1,722Msl.


หว่าวาโจ ดอยปุย เลอเปอเฮอ เลโจ๊ะ 1,722Msl.

6 – 9 ธันวาคม 2567

6,250.00฿

คงเหลือ 18 ที่นั่ง

รายละเอียด

ไต่ขอบฟ้าในเมืองแห่งม่านหมอกและภูเขาสูงชัน วิวเลเยอร์ภูเขาที่ทับซ้อนสุดสายตา เดินเท้าไปตามเส้นทางกล้วยไม้ ดอกไม้เมืองหนาว และวิวแคมป์อาทิตย์ตกที่ไหล่เขา ล้อมวงดูดาว ชงกาแฟดูทะเลหมอกอ้อยอิ่งที่ปลายเท้า รอให้เราได้ไปมองเห็นด้วยตาของเราเอง

ที่เดินป่าทั่วไทยมีไม่รู้กี่ที่ต่อกี่ที่ แต่ให้ระดับ 5 ดาว เบอร์ตอง ยืนหนึ่งนั้น สำหรับคัมอรแล้ว เส้นทางดอยปุยหลวง สะเงาะ เลอเปอเฮอ เลโจ๊ะ ก็คือหนึ่งในดวงใจเช่นกันครับ

เส้นทางที่สามารถเลือกได้ว่าคุณมีเวลากี่วัน ไม่ว่าจะ 2 หรือ 3 หรือ 4 จนนับไปถึง 5 วัน ก็จัดให้ได้ หยุดยาว 13-16 ตุลาคม นี้ เลยจัดเส้นสุดเทือกเลอเปอเฮอ เอาแบบสะใจเลย ให้กับผู้ที่สนใจเดินชมวิว บนสันเขา ที่เหมือนเราเดินอยู่บนเมฆหมอก

วิวสวยตลอดวัน เส้นทางท้าทาย ต้องยกให้ที่นี่จริงๆ นะครับ

🏞 เส้นทาง : หว่าวาโจ – เลขุโจ – เกลอห่าโข่สี่ – ดอยปุย – สะเงาะ เลอเปอเฮอ – เลโจ๊ะ
⛺ แคมป์ : หว่าวาโจ / เลอเปอเฮอ / เลโจ๊ะ ตัดลงบ้านหัวน้ำ

แผนการเดินทาง

 5 ธันวาคม 2567
20.00 น. ออกเดินทางจาก Big C สะพานควาย มุ่งหน้าแม่ฮ่องสอน

6 ธันวาคม 2567 ( L-D )
เดินทางถึง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แวะทานอาหารมื้อเช้าอิสระที่ตัวอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อนมุ่งหน้าต่อไปที่จุดนัดพบตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จัดกระเป๋า สัมภาระด้วยความรวดเร็วพร้อมรับประทานอาหารเที่ยง เปลี่ยนชุด เตรียมตัวเดินป่ากัน เรียบร้อยแล้วกระโดดขึ้น 4WD ไปยังจุดเริ่มเดิน ที่บ้านห้วยฮี้ เริ่มเดินเท้า 2 ชั่วโมง สู่หวาหว่าโจ แคมป์วันแรกก่อน นั่งรถเหนื่อยมาก อย่ามาบ่อยนะ กว่าจะได้เดิน

7 ธันวาคม 2567 ( B-L-D )
เช้าวันนี้ ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หว่าวาโจ ไม่ห่างจากที่พักเรามากก็คือหน้าเต็นท์เลยครับ แต่รับรองว่าวิวสวยแน่นอนครับ ช่วงสายๆ แดดแรงๆ รับประทานอาหารเช้า ก่อนจะเก็บกระเป๋า ออกเดินทางตามไหล่เขาไปยังจุดต่อไปที่เกล่อห่าโข่สี่ หรืออีกชื่อว่าดอยหงอนไก่ครับ
ใช้เวลาเดินท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติ และแสงแดดที่แผดเผา รวมไปถึงไฮไลต์สันคมมีด ที่ค่อนข้างอันตราย ใครไม่ไหว ไม่มีทางให้กลับนะครับ ต้องไปเรื่อยๆ กลับตัวก็ไม่ได้ กลับใจหันหลังกลับก็ไกลเหลือเกิน แต่ไม่เป็นไรครับ ทีมงานเรามืออาชีพเรื่องกลัวความสูงแน่นอน ยังไงก็ช่วยได้ไม่เยอะ แต่พารอดแน่ๆ เดินไปทานข้าวเที่ยงที่ดอยปุยกัน พร้อมกันเติมน้ำ กรอกน้ำเพิ่มพลัง ก่อนในช่วงบ่าย เดินต่อไปนอนกันที่เลอเปอเฮอ ระหว่างทางก็เดินเลาะตามเทือกเขา ขึ้นลงสลับตามภูมิประเทศ ผมคิดว่าทุกคนคงถึงแคมป์ที่เลอเปอเฮอในช่วงเย็นๆ แน่ ใครยังไม่หมดแรง จะขึ้นไปชมวิวอีกสักรอบนึงก็ได้ แล้วค่อยมาทานข้าวเย็น พักผ่อนเอาแรง ก่อนจะรับบทหนักในวันพรุ่งนี้อีกทีครับ

8 ธันวาคม 2567 ( B-L-D )
เช้าวันนี้ ถ้ามีแรง ก็ไปดูทะเลหมอก แต่ถ้าไม่มีแรง ก็นอนตื่นสายๆ ก่อนเก็บกระเป๋าสัมภาระ ยืดเส้นยืดสาย และเดินลงตามหุบน้ำ เพื่อไปยังแคมป์เลโจ๊ะ ความเลวของเส้นทางคือ เราแทบจะลงไปสุดห้วย และดันขึ้นมาอีกฝั่งนึงเท่าเดิม ระยะขึ้นลงนี่เกือบโลเศษในแนวตั้ง เรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์ สาแก่ใจทุกคนยิ่งนัก ก่อนจะมาแคมป์สุดวาดเสียวที่ดอยเลโจ๊ะ กางแคมป์ที่ค่อนข้างแคบ และชื่นชมความสวยงามที่รู้สึกว่า โอเค ครั้งเดียวก็พอสำหรับที่นี่ ถ้าใครมีเวลาเหลือ จะชะโงกไปดูทางลงให้ท้อใจเล่นก็ได้นะครับ ก่อนจะล้อมวงทานข้าวเย็น และนอนหลับพักผ่อนครับผม

9 ธันวาคม 2567 ( B-L)
เช้านี้ พระอาทิตย์ขึ้นตรงหน้าเราเลย ไม่ต้องขยับไปไหนไกล ก่อนสายๆ แดดไล่ เก็บกระเป๋า และเดินลงกลับบ้านหัวน้ำ ในความคิดก็คือ มันไม่ใช่ทางลงแหละ แต่มันต้องลงไงไม่มีตัวเลือกอื่น ยังไงก็ต้องใช้ความระมัดระวังกันหน่อยนะครับ ใช้เวลาลงอย่างบ้าคลั่งไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็ถึงบ้านหัวน้ำละ ก่อนนั่งรถ 4wd กลับไปทางเดิม อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และเตรียมตัวกลับบ้านกันเถอะ เหนื่อยแล้ว

10 ธันวาคม 2567
คาดว่าจะถึงกทม. เวลาประมาณ ตีสี่ครึ่ง ครับ

(B – Breakfast, L – Lunch, D – Dinner)

ค่าใช้จ่ายนี้รวม

ค่ารถตู้เดินทางจากกทม.
ค่าเข้าสถานที่และบำรุ่งชุมชน
การเดินทางรับส่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ลูกหาบของกองกลาง
ประกันการเดินทาง
อาหาร 10 มื้อ
อุปกรณ์แคมป์ปิ้งสำหรับยืมใช้งานในกรณีที่ไม่มีส่วนตัว
ถุงนอนฟรี ไม่คิดค่าบริการ
เต็นท์ หลังละ 200 บาท ตลอดทริป ทุกขนาด ไม่รวมค่าแบกในกรณีจ้างลูกหาบ